พ่อเด็กมันชื่อ”ฟิล์ม”แอนนี่ย้ำดังชัด

Advertisement

พ่อเด็กมันชื่อ"ฟิล์ม"แอนนี่ย้ำดังชัด
ยังเป็นประเด็นข่าวในวงการบันเทิงที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 เวลานี้ กรณีของนักร้องซูเปอร์สตาร์อื้อฉาว ”ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ กับดาราสาวเซ็กซี่ ”แอนนี่” รุ่งนภา บรู๊ค เพราะยังไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นพ่อของ ”เด็กชายฑีฆายุ แก้วไทรหาญ” ลูกชายวัย 3 เดือน ของดาราสาว เนื่องจากต่างฝ่ายยังไม่มีการพูดคุยกัน และยังหาข้อสรุปไม่ได้เรื่องการตรวจดีเอ็นเอ
หลังจากมีข่าวออกมาว่า ”แอนนี่ บรู๊ค” จะเดินทางไปอัดรายการตีสิบ เพื่อเปิดใจอีกครั้งถึงวิถีความเป็นอยู่ และการตัดสินใจว่าจะตรวจดีเอ็นเอตามที่นักร้องหนุ่มต้องการหรือไม่
ทำให้เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 53 แอนนี่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว สังคมให้การจับตามองว่าเธอจะออกมาชี้แจงหรือเปิดใจอย่างไร ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่หน้าคอนโดฯ ที่พักในซ.เสือใหญ่ ซึ่งเป็นที่พักของแอนนี่ มีกองทัพสื่อมวลชนไปติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน ดาราสาวยังเก็บตัวเงียบพร้อมกับลูกชายภายในห้องพัก
ขณะเดียวกัน มีกระแสข่าวแพร่สะพัดว่าดาราสาวได้อุ้มลูกชายวัย 3 เดือน ออกจากคอนโดฯ ไป แล้ว โดยไม่ทราบว่าไปที่ใด ก่อนจะเดินทางไปบันทึกเทปรายการตีสิบ ที่เซ็นทรัลพระราม 2 เวลา 17.00 น.

ผู้สื่อข่าวจึงได้โทร.สอบถามข้อเท็จจริงไปทางแอนนี่ ซึ่งดาราสาวยืนยันว่า ยังไม่ได้ออกไปไหน  ยังพักอยู่กับลูกชายภายในห้องพัก แต่รู้สึกเหนื่อย และเพลียจากการดูแลลูกชาย โดยไม่รู้สึกเครียดกับเหตุการณ์ที่กำลังเป็นข่าวครึกโครมเลย ยังใช้ชีวิตได้แบบสบายๆ

”วันนี้สบายดีอยู่กับน้องฑีฆายุตลอด และได้นอนนิดหน่อย เพราะต้องดูแลน้องฑีฆายุ ที่กำลังเติบโตขึ้นทุกวัน” ผู้สื่อข่าวถามว่า เครียดหรือไม่ แอนนี่ ตอบว่า ”ไม่เครียดเลย ยังอยู่แบบสบายๆ”

เมื่อถามว่า น้องฑีฆายุ เป็นไงบ้าง แอนนี่ ตอบว่า ”น้องก็งอแงบ้าง เหมือนกับว่าเขากำลังมีพัฒนาการที่โตขึ้น และแอนนี่ประกอบกับเปลี่ยนจุกหัวนมขวดนมใหม่ ทำให้น้องหงุดหงิดบ้างเป็นบางครั้ง และทำให้งอแง”

ต่อคำถามถามว่าตอนนี้มีข้อสรุปในการตรวจดีเอ็นเออย่างไรบ้าง แอนนี่ตอบว่า ”จะขอตอบในรายการตีสิบทีเดียว จะได้ยินเหมือนกันหมดกันทุกคน และรับรู้กันทีเดียวพร้อมกัน และจะมีความชัดเจนในเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดมากขึ้น”

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงอาการของคุณแม่เป็นอย่างไรบ้าง แอนนี่ ตอบว่า ”คุณแม่เป็นชาวบ้านคนธรรมดาคนหนึ่งทั่วไป ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ และไม่ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น แต่กลับมีคนนั้นทำแบบนี้ คนนี้ก็ทำแบบนั้น คุณแม่ไม่เคยรู้เรื่องทั้งหมด”

”เพราะฉะนั้นเมื่อมีเรื่องราวไปกระทบต่อสุขภาพจิตใจ มีนักข่าวเข้าไปสัมภาษณ์สอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นตลอด จากชีวิตที่เคยอยู่อย่างสงบก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมา จนคุณแม่เกิดความเครียดมากกว่าคนปกติหลายเท่า เพราะชีวิตชาวบ้านคนธรรมดาคนหนึ่ง มีคนนั้นมาถามคนนี้เข้ามาถามตลอด การใช้ชีวิตประจำก็เปลี่ยนไป แค่มีเรื่องว่าลูกสาวท้องไม่มีพ่อ ก็เครียดมากพออยู่แล้ว เพราะคนที่เสียหายย่อมเป็นแม่ผู้หญิง”

”หากมองกันลึกๆ แอนนี่ไม่ต้องการที่จะว่าใคร หากมองกันจริงๆ แล้ว คนเสียย่อมเป็นครอบครัวของฝ่ายหญิงเสมอ เพราะแค่นี้ความรู้สึกของคุณแม่ก็รู้สึกแย่มากแล้ว ว่า ลูกสาวจะต้องมาใช้ชีวิตอย่างไร จากที่ลูกสาวท้อง และไม่มีพ่อ คนเป็นแม่ จะต้องเจ็บปวดมากเพียงใด โดยที่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเงินทอง เรื่องงาน เพราะเรื่องพวกนี้ต้องสู้กันอีกยาว”

เมื่อถามว่าฟิล์ม ได้โทรศัพท์หาบ้างหรือไม่ แอนนี่ ตอบว่า ”ฟิล์ม โทรศัพท์มาเพียงครั้งเดียวจริงๆ แต่ไม่ได้โทรศัพท์มาตลอด หรือตามง้อตลอด แต่ฟิล์มโทรศัพท์มาเพียงครั้งเดียว แต่ไม่รับโทรศัพท์ก็ออกมาเป็นข่าวทันที ว่าฟิล์มพยายามโทรศัพท์หาแอนนี่ ตลอด แต่ไม่มีใครรับสาย เหมือนกับว่าโทรศัพท์มาเพื่อต้องการจะเป็นข่าวเท่านั้น หากต้องการโทรศัพท์คุยกันสองคน คงไม่เป็นข่าว ส่วนที่ฟิล์มบอกว่า มีการส่งข้อความมานั้นเป็นเรื่องจริง แต่เป็นเพียงข้อความ ว่า เจอกันที่รายการตีสิบ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่ส่งข้อความมาจะเจอกันที่รายการตีสิบหรือไม่นั้น แอนนี่ไม่กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับฟิล์ม ยังไงแอนนี่ก็ต้องไปทำหน้าที่ของแอนนี่ ส่วนจะเจอหรือไม่นั้น ต้องเป็นเรื่องของฟิล์ม เพราะคุณวิทวัส สุนทรวิเนตร์ ผู้ดำเนินรายการตีสิบ บอกผ่านสื่อไปแล้วว่า แอนนี่เป็นแขกรับเชิญ ส่วนฟิล์มจะมาหรือไม่นั้น แอนนี่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน”

กระทั่งเวลาประมาณ 17.25 น. รถเก๋งมาสด้า 3 สีดำ ทะเบียน ฌล 6127 กทม. และรยเก๋งโตโยต้ายาริส สีฟ้า ทะเบียน ฎฐ 5361  กทม. ซึ่งเป็นรถของทีมงานรายการตีสิบ ได้เข้ามารับแอนนี่ที่คอนโดฯ เพื่อไปที่ห้องสตูดิโอ อัดรายการตีสิบ ชั้น 4 เซ็นทรัล พระราม 2 ฮอลล์

วันเดียวกัน เวลาประมาณ 10.00 น. ”ฟิล์ม-รัฐภูมิ” พร้อมด้วยนางโคมนต์ ทองมั่ง มารดา ได้เดินทางไปที่ค่ายเพลงต้นสังกัด และเข้าพบกับผู้บริหารค่ายเพลงต้นสังกัด เพื่อปรึกษาเรื่องที่โดนแบนงานทั้งหมด ด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนักเหมือนเช่นเดิม

ทั้งนี้ ฟิล์มให้สัมภาษณ์สื่อสั้นๆ ว่า ”วันนี้มาปรึกษาเรื่องงาน ผมได้บอกไปแล้วว่าตอนนี้เราเป็นไงบ้าง ก็ออกงานขึ้นอยู่กับทางผู้ใหญ่พิจารณาครับ”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าผู้บริหารค่ายเพลงต้นสังกัดว่าอย่างไรบ้าง นักร้องหนุ่มกล่าวว่า ผู้ใหญ่ได้แนะนำในทางที่ดี

”ยังไม่ว่าไงเลยครับ ก็พิจารณาอยู่ครับ ผมยังไม่รู้เรื่องเลยครับ เค้าแนะนำในทางที่ดีให้ผมกับแม่ลองไปคิดกันดู ทางเรายังไม่ได้คิดเลยครับ ก็แนะนำในทางที่ดีที่สุดครับ”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหากแอนนี่ยืนยันไม่ตรวจดีเอ็นเอเหมือนเช่น เดิมจะทำอย่างไรต่อไป นักร้องหนุ่มกล่าวเสียอ่อยๆ ว่า ตนได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว

”ผมก็พยายามทำเต็มที่แล้วครับ โทร.ไปแต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับอะไร แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดครับ”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าผู้บริหารค่ายเพลงต้นสังกัดแนะนำอย่างไรในเรื่องนี้ ฟิล์มกล่าวเช่นเดิมว่าแนะนำในทางที่ดี

”ก็แนะนำในทางที่ดีที่สุดครับ คือตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้ครับ”

หลังจากที่ฟิล์มให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวมาถึงตรงนี้ ปรากฏว่านางโคมนต์ มารดาซึ่งได้มีอาการคล้ายกับจะเป็นลม นักร้องหนุ่มจึงถือโอกาสนี้พามารดาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อผู้สื่อข่าวตะโกนถามว่า จะไปประจันหน้าแอนนี่เพื่อเคลียร์กันให้รู้ดำรู้แดงในรายการตีสิบเลยไหม นักร้องหนุ่มไม่ตอบกลับมาแต่อย่างใด

วันเดียวกัน มีกระแสข่าวแพร่สะพัด เกี่ยวกับความกังขาเรื่องลูกของแอนนี่ ซึ่งข่าวเม้าท์นี้ดูท่าว่าร้อนและแรงเอาเรื่องเลยทีเดียว นั่นก็เพราะมีข้อมูลล่าสุดว่ามีคนทุ่มเงินถึง 10 ล้าน เพื่อนักแสดงหนุ่มช่อง 3  ”จุ๊น” กิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธ์สุข รับเป็นพ่อ ”น้องฑีฆายุ”

ต่อมามีรายงานข่าวแจ้งว่า ฟิล์มพร้อมด้วยนางโคมนต์ มารดา และผู้บริหารค่ายเพลงต้นสังกัดเตรียมเปิดแถลงข่าว เวลา 13.00 น. อาร์เอส อาคาร 3 ชั้น 7 โดยผู้บริหารค่ายเพลงต้นสังกัดของฟิล์ม ได้ทวิตเตอร์ว่า หลังจากรวบรวมหลักฐานเรื่องฟิล์มและแอนนี่แล้วมีข้อสรุปชัดเจนกรณีปัญหา ฟิล์มแอนนี่และอนาคต

ส่วนบรรยากาศที่ ชั้น 4 เซ็นทรัลพระราม 2 ฮอลล์ ซึ่งเป็นสถานที่บันทึกเทปรายการตีสิบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย มีแฟนคลับของฟิล์มเข้าไปรอฟังแอนนี่เปิดใจเป็นจำนวนมาก ภายในที่กว้างขวางดูคับแคบลงไปถนัดตา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากทีมงานรายการว่า ทาง ”เสี่ยวีที” วิทวัส สุนทรวววิเนตร์ ผู้จัดฯ และพิธีกรรายการตีสิบ ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับนักร้องหนุ่ม ในทำนองขอร้องว่าไม่ให้บุกมาที่รายการ เมื่อค่ำวันที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา และทางฟิล์มที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะมาที่รายการด้วยพร้อมกับมารดา ได้รับปากแล้วว่า ไม่เดินทางมาประจันหน้าแอนนี่ เพื่อขอเคลียร์เรื่องราวที่ค้างคาใจในรายการแน่นอน

ต่อมาเวลา 20.25 น. แอนนี่ได้อุ้มลูกลงมาจากคอนโดฯ แล้วขึ้นรถเก๋งมาสด้า 3 ออกจากคอนโดฯ พร้อมกับทีมงานรายการตีสิบ โดยก่อนเดินทางดาราสาวซึ่งอุ้มลูกชายเอาไว้ได้ลดกระจกลง และสวัสดีทักทายสื่อมวลชน พร้อมกับกล่าวขอโทษพี่ๆ สื่อมวลชนที่ให้มารออยู่นาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานรายการตีสิบพาดาราสาวและลูกเดินทางเป็นเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เวลา 21.00 น. ก็เดินทางไปถึงชั้น 4 เซ็นทรัลพระราม 2 ฮอลล์ ซึ่งเป็นสถานที่บันทึกเทปรายการตีสิบ ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนเกือบร้อย ที่รอติดตามการเปิดใจของดาราสาวอีกครั้ง จากนั้นทางทีมงานได้ให้ ”แอนนี่” เข้าไปในห้องพักที่จัดเตรียมไว้ เพื่อดาราสาวได้พักผ่อน และดูแลลูกชายพักหนึ่ง

ระหว่างนั้น ”เสี่ยวีที” วิทวัส สุนทรวิเนตร์ ผู้จัดรายการ และพิธีกรดำเนินรายการตีสิบ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยืนยันว่าไม่ได้จ่ายค่าตัวหลักแสนให้ดาราสาวมาเปิดใจผ่านรายการ และเปิดเผยว่า ถึงการติดต่อดาราสาวมาออกรายการว่า เมื่อทางทีมงานโทร.ติดต่อไปฝ่ายดาราสาวตอบรับด้วยดี และบอกว่าอยากมาออกรายการตีสิบอยู่แล้ว

ทั้งนี้ หลังให้สัมภาษณ์สื่อสั้นเสร็จแล้ว ผู้จัดและพิธีกรรายการตีสิบได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เดี๋ยวทางรายการจะให้สัมภาษณ์แอนนี่ก่อนที่ทางรายการจะทำการบันทึกเทปการ เปิดใจของดาราสาวเพื่อนำไปออกอากาศในรายการตีสิบ วันอังคารที่ 28 ก.ย. 53 เวลา 22.30 น. ทางช่อง 3

จากนั้นแอนนี่ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนหมดเปลือก โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะตรวจดีเอ็นเอไหม
ดาราสาวยืนยันว่าไม่ ”ยืนยันคำเดิมค่ะว่ายังไงก็ไม่ตรวจแน่นอน”

ฟิล์มติดต่อมาไหม
”ครั้งเดียว 1 มิสคอลเท่านั้นค่ะ ไม่อยากคุยเพราะมันเลยจุดนั้นมาแล้วค่ะ ต่อไปชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อค่ะ”

ออกพ็อกเกตบุ๊กไหม
”ยังไม่ทราบค่ะ

มีติดต่อไหม
”มีค่ะแต่ยังไม่รับปาก วันนี้หนูจะพูดแค่ครั้งเดียวครั้งสุดท้าย ถ้าจะมีเรื่องอะไรกันอีกก็ขอไม่พูดแล้วนะคะ”

ถ้าตามกฎหมายฟิล์มยื่นต่อศาลขอตรวจดีเอ็นเอจะทำยังไง
”ตรงนี้ต้องให้มูลนิธิเพื่อนหญิงมาช่วยค่ะ อ๋อ…ทางนั้นหนูไม่ได้ติดต่อนะคะ พี่ๆ เค้าก็เป็นห่วงเรา เป็นห่วงน้อง เค้าก็ถามว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยเหลือก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ”

ถ้าต้องขึ้นศาลฟ้องร้องเรื่องนี้
”หนูคิดว่ามันมาถึงบขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้นะ เพราะถ้าต้องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเลยเนี่ย หนูคิดว่ามันก็ค่อนข้างที่จะเยอะไปสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวหรือเปล่า”

ถ้าอีกฝ่ายยืนยันขอตรวจ
”เพื่อ….”

เรื่อง ”จุ๊น-กิตติคุณ” ยอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับแอนนี่ด้วย?
”จริงเหรอค่ะ หนูยังไม่เคยรู้จักหรือคุยเป็นการส่วนตัวกับใครเลย 4-5 ปีนี้ถ้าพี่ๆ ติดตามหนูมาตลอด รู้จักหนูมาตลอด แอนนี่ บรู๊ค คนนี้ไม่เคยมีอะไรเสียหาย ตั้งแต่หนูรับบทเป็นตลกหญิงหนูทิ้งความเป็นเซ็กซี่สตาร์ ภาพลักษณ์นั้นทั้งสิ้น ขอโทษนะคะอาจจะเป็นคำที่รุนแรงหน่อย แต่ในกมลสันดานหนูไม่ใช่คนอย่างนั้น แต่หนูจำเป็นต้องทำเพราะว่าหนูต้องทำมาหาเลี้ยงชีพตัวเอง เพราะหนูไม่ใช่คนสวย หนูเลือกงานไม่ได้”

ยืนยันว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา คบฟิล์มคนเดียว
”ค่ะ (เสียงหนักแน่น)”

รู้จักจุ๊นไหม?
”ค่ะ…รู้จักว่าเค้าเป็นดาราคนหนึ่งค่ะ ไม่ได้สนิทค่ะ เคยเห็นเค้ามานั่งเล่นที่ชลลัมพีครั้งหนึ่งค่ะตอนที่หนูไปแคสต์งานที่นี่ ค่ะ”

คนมองว่าแอนนี่คบผู้ชายหลายคน? ลูกที่ออกมาอาจจะไม่ใช่ลูกฟิล์มก็ได้?
”(ยิ้มเจื่อนกับคำถาม) เมื่อวานก็คืออดีตหรือเปล่าค่ะพี่ เมื่อวานก็คืออดีต 4-5 ปีที่แล้วก็คืออดีต”

แสดงว่ายอมรับว่าเคยเป็นผู้หญิงอย่างนั้น?
”ไม่ใช่ว่ายอมรับว่าเคยเป็นค่ะ แต่ถามว่าหนูคบใครบ้าง ถ้าแค่เป็นข่าวซุบซิบแล้วคิดว่าเป็นเรื่องจริงละก็…งั้นผู้หญิงทั้งบ้าน ทั้งเมืองก็คงมีความสัมพันธ์กันเยอะมาก ไม่ใช่แค่หนูคนเดียว”

แอนนี่บอกว่าตรวจไม่ตรวจก็มีค่าเท่ากัน
”หนูไม่รู้ว่าจะตรวจทำไม เพราะว่าวันนึงถ้าหนูต้องการมากที่สุด แต่เค้าไม่ให้หนู พอมาวันนี้ถึงวันที่หนูเข้มแข็งแล้วหนูไม่ต้องการความทรับผิดชอบจากใคร ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ความรับผิด การดูแล หนูแข็งแรงพอที่จะดูแลตัวเองแล้วดูแลน้องได้แล้ว ก็ไม่ต้องรับผิดชอบหนู”

ทุกวันนี้อยู่แต่ในคอนโดฯ ไม่ออกไปไหนเลยใช่ไหม?
”หนูเปรียบอย่างนี้ดีกว่าค่ะ หนึ่งปีที่ผ่านมาเหมือนหนูติดคุกที่เรียกว่าบ้านค่ะ เพราะฉะนั้นที่หนูมาออกรายการตี 10 อยู่ตรงนี้เพื่อเคลียร์ให้ทุกคนเข้าใจและอยากจะขอโอกาสสังคมให้หนูได้กลับไป ใช้โอกาสข้างนอกคุก (เน้นเสียงดังสั่น) ที่เรียกว่าบ้านสักที หนูอยากพาลูกออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้านค่ะ”

เวิร์คพอยท์ยื่นข้อเสนอเรื่องงานว่ายังไง?
”เหมือนเดิมค่ะ ไมได้เอาใจหนูเป็นพิเศษหรืออะไรทั้งสิ้น รักกันยังไงก็รักกันเหมือนเดิมค่ะ”

พร้อมทำงานหรือยัง?
”พร้อมแล้วค่ะเพราะ 1 ปีที่ผ่านมาหนูไม่ได้ทำงานเลย ไม่มีรายได้เลย หนูกินเงินเก็บจากละคร 2 เรื่องที่ผ่านมาอยู่ตลอดเวลา แล้วตอนนี้หนูต้องทำงานบ้างแล้วค่ะ 2 อาทิตย์ที่เกิดเรื่องยังไม่มีอะไรติดต่อเลยค่ะ ยังไม่เคยรับเงินจากใครสักคนเลยค่ะ”

อาร์เอสติดต่อช่วยเหลือไหม?
”ไม่มีค่ะ…”

อยากทำงาน?
”ขอโอกาสหนูเถอะค่ะ ขอโอกาสหนูทำงานเถอะค่ะ หนูไม่ได้ทำงานมาเป็นปีแล้วค่ะ ขอโอกาสให้หนูได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์บ้าง หนูก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง ตอนท้องหนูก็ไม่ได้กินอะไรที่หนูอยากกิน (เสียงสะอื้น) ไปไหนก็ไมได้ไป ขอหนูเถอะค่ะ”

ถ้าทำงานแล้วใครเลี้ยงลูก?
”ก็เดี๋ยวให้ที่บ้านมาช่วยค่ะ”

แม่ที่ลำปางเป็นไง?
”เครียดมากค่ะ คือ…พี่คะคนเป็นแม่ ตอนนี้หนูเป็นแม่แล้วหนูหรือคะ ยิ่งคนเป็นแม่ของลูกผู้หญิงด้วย ลูกสาวเองไม่มีพ่อ แค่นั้นก็เครียดจะแย่อยู่แล้ว แล้วอย่างชีวิตชาวบ้านธรรมดา โดนตามซะขนาดนั้นจะอยู่ยังไง จะกินยังไง คนนู้นคนนี้ว่าลูกสาวตนเองไม่ดี ว่าลูกสาวอย่างนู้นอย่างนี้ ทั้งๆ ที่แม่ก็รู้ดีว่าลูกสาวเป็นคนยังไง แกจะรู้สึกยังไง กินไมได้ นอนไม่หลับ ร่างกายก็ไม่แข็งแรงอยู่ สิ่งที่กลัวมากทื่สุดคือหลานจะอยู่ยังไง แล้วเราก็ต้องทำงานเลี้ยงแม่ หนูก็เป็นเสาหลักของครอบด้วยครัวทำงานมาตั้งเท่าไร แล้วตอนนี้หนูมีน้องด้วยหนูก้ต้องดูแลทั้งแม่ละลูก”

ถ้ายืนยันว่าไม่ตรวสจดีเอ็นเอเท่ากับตัดอนาคตฟิล์มไปเลยนะ
”(น้ำเสียงสะอื้น…พอถามถึงตรงนี้ลูกชายก็ร้องขึ้นมาทั้นที ”แอนนึ่” จึงต้องปลอบลูกชยายตนเองก่อน แต่เมื่อน้องร้องไม่หยุดจึงต้องให้พี่เลี้ยงมาช่วยอุ้มลงจากเวที ก่อนจะหันบอกกับสื่อว่า) วันนี้น้องร้องทั้งวันเลย ไม่ยอมนอนเลย รอมาเที่ยว ตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากรายการนู้นไปเค้ากลับไปก็งอแงตลอด อยากออกข้างนอกตลอด”

กลับที่ประเด็นเดิม ถ้าไม่ตรวจเท่ากับตัดอนาคตฟิล์มนะ…ใจร้ายไปไหม?
”ก็อย่างที่หนูบอก จริงๆ แล้ว 1 ปีที่ผ่านมา น่าจะพิสูจน์อ้ะไรได้ไม่มากก็น้อย หนูไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเค้า แต่บางคนกลับมองว่าการที่หนูออกมาพูดในวันนี้คือการที่หนูทำร้ายเค้าแล้ว หนูก็ยอมรับว่าสิ่งที่หนูพูดมันคือความจริง ความจริงมันทำร้ายอยู่แล้ว แต่ถ้าเราปฏิเสธหรือเราโกหก ความจริงทำร้ายเราเอง แต่ถามว่าตั้งใจไหม ต้องการไหม ไม่เคยมีความต้องการหรือตั้งใจเลยทั้งสิ้น 1 ปีที่ผ่านมาน่าจะพิสูจน์ได้แล้ว ถ้าเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นหนูไม่รู้เลยว่าอีกกี่ปี ตลอดชีวิตหนู หนาจะต้องปิดอย่างนี้ไปตลอดชีวิตเพราะหนูสัญญากับเค้าไว้ว่าหนูจะปิด แล้วหนูคงจะไม่มีวันทำ จะอุ้มลูกไปไหนมาไหนได้ ไม่มีวันที่จะไปรับลูกกลับจากโรงเรียน พาไปสวนสั้ตว์ พาไปกินไอติมเหมือนคนอื่น (สะอื้น) จนถึงเมื่อไรก็ไม่รู้ แต่วันนี้ในเมื่อมันเกิดเรื่องขึ้นมาแล้วเนี่ยก็ต้องวอนขอทั้งหนูและฟิล์ม ด้วยว่าทุกคนย่อมทำผิดพลาดกันได้ แต่ ณ วันนี้หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขื้น เรื่องมันถึงได้ยาวมาขนาดนี้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามอยากจะให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ สื่อมวลชนและเฮียด้วย ให้โอกาสฟิล์มด้วย เพราะฟิล์มเค้าเป็นคนดี และเค้าก็เลี่ยงครอบครัวเหมือนหนู แต่วันนี้เรื่องมันมาถึงขนาดนี้อาจจะเป็นเพราะเรื่องของคน 2 คนที่ไม่สามารถอยู่ด้วยกันหรือรักกันได้ มันเลยมาแล้ว หนูเข้มแข็งและไม่ต้องการแล้ว มันก็เลยเป็นแบบนี้ อาจจะดูใจร้าย แต่ก็ไม่อยากให้เป็นแบบนี้”

ตัดสินใจที่ยอมรับว่าท้องกับ ”ฟิล์ม” เพราะอะไร…เห็นก่อนหน้านี้บอกแล้วว่าสัญญาไว้ไงหรือเพราะว่าฟิล์มไม่ทำตามสัญญา?
”(อึ้งไปสักพัก) หนูเคยคิดนะคะว่าถ้าวันหนึ่งเรื่องแดงขึ้นมา หนูจะบอกว่านายก. นายข. เป็นพ่อ จะช่วยปิดบัง แต่ถ้าเกิดพี่ๆ ไปรู้อะไรขึ้นมาแล้วไปถามหนู แล้วความจริงมันกลับมาฆ่าหนูล่ะ หนูไม่ตายเหรอที่โกหกสื่อมวลชนอย่างนี้เหรอ แล้วอีกอย่างถ้าลูกหนูโตมาเค้าต้องรู้ว่าพ่อเป็นใคร ไม่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ไม่อยูด้วยกันก็ได้”

ถ้าไม่ตรวจก็ไม่รู้ว่าพ่อเป็นใคร?
”ไม่เป็นไรค่ะ (เสียงหนักแน่น) วันนี้วันหน้าหนูคิด ว่าหนูตอบคำถามลูกได้”

ทั้งๆ ที่ ”ฟิล์ม” ยังคงแคลงใจ?
”ไม่เป็นไรค่ะ จริงๆ แล้วมันน่าจะเคลียร์ตั้งนานแล้วไม่น่าปล่อยมาถึงวันนี้ มันเลยมานานมากแล้ว หนูก็ท้อแล้ว หนูรอเค้า รอทุกอย่าง เฝ้าตารอว่าสักวันเค่าจะดีกับเรา เค้าจะรักเรา มันกลายเป็นความหวังที่ (ยิ้มฝืนๆ) บางคนบอกว่าหนูโง่…ผู้หญิงทุกคนเนาะ เวลารักใครสักคนเราไม่รู้หรอกว่าโง่หรือเปล่า แต่หนูก็ได้แต่หวัง แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเรื่องเกิดขึ้นและลามจนถึงทุกวันนี้ มันไกลเกินไปที่จะเข้าถึงแล้ว”

คิด ว่าเรื่องจะยาวไหม?
”มันไม่ยาวหรอก ถ้าเราจะทำเรื่องจบ จบในความรู้สึกของหนูมันจบไปนานแล้วล่ะ จริงๆ หนูไม่อยากออกมาพูดแล้ว จบแล้ว หนูคิด ว่า (ลูกร้องหันไปดูลูก) หนูคิดว่ามันไม่ยืดยาวขนาดนั้นนะถ้าเราได้คุยกันตั้งแต่แรก ดีกว่าตัวกลางมีเยอะเหลือเกิน มากมายเหลือเกิน มันก็เลยยากค่ะ ถ้าถามว่าวันนี้จะมืนั่งคุยกัน 2 คนหนูคิด ว่ามันคงไม่มีการคุย 2 คนเกิดขึ้นแล้ว”

ฟิล์มจ่ายค่าโทรศัพท์ให้
”เรื่องค่าใช้จ่ายเนี่ยนะ มันไม่อยากจะพูดถึงด้วยซ้ำไป ค่าใช้จ่ายที่เค้ารับผิดชอบหนูได้บอกทุกคนไปแล้วว่าเค้ารับผิดชอบจริงๆ หนูไม่ได้โกหกและไม่เคยบอกว่าไม่มีการรับผิดชอบเกิดขึ้น แต่พูดถึงว่าช่วงวินาที ที่รู้ว่าหนูมีน้องจนถึงคลอดไม่กี่วัน ผู้หญิงคนหนึ่งทุกข์ทรมานอยู่ในคุกที่เรียกว่าบ้านเนี่ย หนูต้องการใครสักคนแค่จับมือหนูแล้วพูดว่าอดทนนะ ต้องผ่านไปให้ได้ ต้องอยู่คนเดียวให้ได้ เงินทองไม่ได้สำคัญสำหรับหนูเลย หนูต้องการใครสักคนมาให้กำลังใจ ซื้ออะไรมาให้หนูกินบ้าง พูดจากับหนูดีๆ ให้หนูเชื่อใจบ้างเท่านั้นก็พอ เรื่องเงินมาทีหลังเลย เรื่องค่าคลอดเค้าก็ ให้หนูมาเพราะเค้าบอกว่าอยากดูแลน้อง เหมือนเพลงนะพี่มันทั้งรักทั้งแค้น เหมือนเค้าจะกลับมาชีวิตเราเราดีใจนะ เพราะที่ผ่านมา 9 เดือนนะพี่ไม่ใช่ 9 วัน คนไม่ผิดติดคุกวันเดียวทรมานจะตายอยู่แล้ว หนูไม่ได้ทำอะไรผิดเลย หนูปกป้องเค้าหนูผิดมากเหรอ พอน้องได้ 1 เดือนเค้าก็มาเยี่ยมน้อง มาดูหน้าน้อง หลังจากนั้นก็ค่อยให้ค่าใช้จ่ายเรื่องค่านมก็ ให้เท่านั้น แล้วน้องไม่สบายก็จ่ายค่าโรงพยาบาลให้เพราะเงินหนูไม่ได้มีมากมายแล้ว หนูถ่ายละคร 2 เรื่องมีเงินแ ค่ 3แสนกว่าบาทเอง ทั้งเลี้ยงแม่ทั้งเช่าบ้าน กินข้าว ผ่อนรถ ถึงวันนี้ได้หนูก็เหนื่อยมากแล้ว ค่ารพ.จ่ายให้หนูก็ดีใจ จริงๆ แล้วก็ อยากจะบอกให้รับรู้ว่าเค้าก็รับผิดชอบในส่วนหนึ่งแล้ว หนูไม่ได้บอกว่าเค้าไมได้รับผิดชอบ แต่พอ ณ วั้นนี้ว่าใช่หรือไม่ใช่ถ้าใช่ก็ไปตรวจดีเอ็นเอซะ ถ้าในทางภาษาสุภาพหรือที่หมอพูดคำว่าไปตรวจดีเอ็นเอซะก็คือคำด่าที่สุภาพ มากกว่าเป็นผู้หญิงที่ไม่ดี ถามว่า 4-5 ปีที่ผ่านมาหนูมีประวัติเสียบ้างไหม เกเรบ้างไหม ทำใครเดือดร้อนหรือเปล่า หนูไม่ใช่ดาราดังที่พี่จะตามหนูอยู่แล้วแต่ถามว่าถ้าหนูทำอะไรไม่ดีไปมีข่าว อะไรกับใครต้องออกมา เพราะความลับมันไม่มีใครโลก”

ตัวแปรที่คุยไม่ได้คืออะไร?
”มันเยอะแยะมากมาย ไม่รู้ใครต่อใครเต็มไปหมด ใครเป็นอะไรก็ไม่รู้ มีคนส่งบอกข้อมูลอย่างนี้ๆ แล้วเราเป็นผู้หญิงนะพี่ จะผิดหรือถูกมีแต่เสียหาย ไม่มีทางไม่เสียหายหรอก ต่อให้ประชาชนเห็นใจ เข้าใจ เป็นกำลังใจหนูก็เสียหายอยู่ดี”

อะไรเป็นสัญญาที่ทำ ที่ตัดสินใจปิด?
”(อึ้งสักพัก) คำเดียวเลยค่ะ อดทนนะเพราะคุณคือแม่ของลูกผม” (ระหว่างนี้มีเสียงฮือฮาทั่วห้องส่งทันที) ผู้หญิงคนไหนได้ยินคำนี้ ถวายหัวเลยหรือเปล่า หนูถวายเลยนะ ให้เลยนะชีวิตหนู”

คุยว่าจะแต่งงานไหม?
”ไม่มีค่ะ  หนูไม่ได้ต้องการสิ่งนั้น ชีวิตหนูๆ ให้คำตอบตัวเองแล้วว่าแต่งงานไม่ใช่เรื่องสำคัญ อยู่ด้วยกันสำคัญกว่าเข้าใจกันพอ”

แล้วอยู่ในกองปิดเรื่องความสัมพันธ์ยังไง?
“เป็นดีเทลส่วนตัวไม่ลงรายละเอียด ผู้หญิงทุกคนเขาไม่อยากพูดเรื่องอะไรแบบนี้ ไม่ขอลงรายละเอียด”

ผู้บริหารค่ายต้นสังกัดฟิล์มมาเป็นตัวกลางแอนนี่ว่าอย่างไรบ้าง
”ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วค่ะ หนูเคยเสนออะไรกับผู้จัดการเขาไปไม่ว่าจะเป็นวิธีอะไรที่จะทำให้เรื่องจบลงด้วยดี แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว”

อยากฝากอะไรถึงผู้หญิงที่เกิดกรณีเดียวกันไหม?
”ลูกผู้หญิงมีเกิดกรณีอย่างนี้อีกเยอะ อยากฝากให้เข้มแข็ง และอดทน เพราะพระเจ้าสร้างผู้หญิงให้เกิดมาเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ต้องยืนหยัดต่อสู้ด้วยตัวของเราเอง อย่าเอาลูกของเราไปให้คนอื่น และอย่าไปทำร้ายหรือฆ่าชีวิตของลูกเรา”

พรุ่งนี้ฟิล์มจะแถลงข่าวมีอะไรจะพูดถึงไหม?
”ก็อยากให้เรื่องมันจบๆ เหมือนอย่างละคร เรื่องมันอาจจะจบไม่สวยงาม หรือแฮปปี้เอนดิ้ง ในเมื่อมันจบไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ตัวฟิล์มเองก็มีงานต้องโกอินเตอร์ เหมือนอย่างที่แอนนี่เคยถามเค้านั้นแหละ ถามใจลึกๆ ของเขาว่าเด็กคนนี้ใช่ลูกของคุณไหม ถ้าคิดว่าไม่ใช่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าใช่ก็คือใช่ ขอถามใจลึกๆ ของเขาแบบไม่มีคนอยู่เลย ให้เขากับไปคิดเองคนเดียว ส่วนเรื่องดีเอ็นเอ มันอยู่บนหน้าลูกของคุณหมดแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรเลย เด็กเกิดมาไม่ใช่หน้าโหลเหมือนกันทุกคน”

อนาคตถ้าต้องร่วมงานในวงการบันเทิง แล้วเขายังคาใจอยู่จะทำอย่างไร?
”ซักวันหนึ่งมันจะเป็นข้อพิสูจน์เองว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ทั้งหมดนี้ผู้ใหญ่ต่างมาฟาดฟันเอาคำตอบ ถ้าวันหนึ่งเด็กโตขึ้นมาแล้วพูดได้ จะลองมาถามเขาเองไหมว่า เขาอยากได้อะไรสำหรับตัวเขาหรือเปล่า ไม่ว่าเป็นทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง ความรับผิดชอบ จะรอกันไหมอีก 20 ปี ไม่ใช่ผลักภาระให้เด็กนะคะ แต่รอถามเขาไหมว่าอยากตรวจดีเอ็นเอหรือเปล่า”

ถ้าลูกอยากเจอพ่อล่ะ?
แอนนี่สวนทันทีว่า ”แล้วพ่อเขาจะมาหาไหมล่ะ” เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งห้องส่ง

มีอะไรฝากถึงฟิล์มไหม?
”หนูขอโทษแทนฟิล์ม หนูขอโทษจริงๆ ที่ไม่สามารถทำให้เรื่องจบแฮปปี้เอนดิ้งได้ เชื่อว่าคนที่รักฟิล์มแบบนี้จงรักตลอดไปเถอะ เขาไม่ใช่คนไม่ดี เชื่อว่าอนาคตมันอาจจะต้องดีได้ ไม่ใช่วันนี้ อยากให้ทุกคนให้โอกาส”

ยังรักฟิล์มอยู่มั้ย?
”ก็ทั้งรักทั้งชังนะ”

ที่ออกมาทุกอย่างนี้เป็นเพราะความแค้นใช่มั้ย?
”มันไม่ใช่ความแค้นนะคะ ตอนนี้แอนนี่เรียกน้องบิ๊กเปานะ และเดอะสตาร์เป็นชื่อพ่อเค้าตั้งให้ ตอนที่เห็นหน้าครั้งแรก แต่คงไม่ใช้”

หลังจากที่ทางรายการตีสิบได้เปิดโอกาสสื่อมวลชนได้เจาะสัมภาษณ์ไป เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แอนนี่ก็ได้เข้าไปร่วมอัดรายการ ซึ่งการนำเสนอในครั้งนี้จะเน้นทางประวัติดาราสาวเป็นส่วนใหญ่ อาทิ ชีวิตของแอนนี่ รวมไปถึงการออกอัลบั้มเพลงครั้งแรกที่ชื่อว่าแอนนี่ โดยมีเพลง ”อยู่คนเดียวดีกว่า” ซึ่งมีการเปิดมิวสิกวีดีโอ โดยเนื้อหาของเพลงกล่าวทำนองว่าอยู่คนเดียวดีกว่าเป็นที่สองรองใคร ซึ่งค่อนข้างตรงกับชีวิตของแอนนี่ในปัจจุบันอย่างน่าบังเอิญ ขณะที่ในบรรดาคำถามของพิธีกรวิทวัสมีหลายคำถามที่น่าสนใจ อาทิ

ก่อนหน้านี้แอนนี่มีภาพเซ็กซี่ที่ออกมาทำให้หลายคนมองแอนนี่ไปในทางผู้หญิงอย่างว่า?
”ผู้หญิงทุกคนมีภาพเซ็กซี่ทั้งนั้น ตนไม่ใช่คนสวยที่เลือกงานเองได้ อย่างที่บอกไปคือว่าพอได้เล่นตลกเซ็กซี่ไปหมด แอนนี่ไม่เสียใจเพราะได้ทำมาหาเลี้ยงแม่ ก็ยอมรับว่าหลังจากภาพเซ็กซี่มีผู้ชายมาคุยมาสนใจบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าแอนนี่จะตกลงปลงใจอะไรกับใครง่ายๆ”

มีคนมองว่าที่ผ่านมาแอนนี่เคยคบผู้ชายมากหน้าหลายตา?
”คนเรามีอดีตทั้งนั้น ทุกคนเคยผ่านช่วงเวลาวัยรุ่นลองผิดลองถูก แต่อดีตก็คืออดีตไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ แล้วอย่างที่บอกคือไม่มีแฟนมา 4-5 ปีแล้วก่อนที่จะมาคบฟิล์ม”

ในรายละเอียดใบเกิดต้องมีการแจ้งว่าใครเป็นพ่อของเด็ก?
”ไม่มีชื่อพ่อไม่มีใครเซ็น ทิ้งว่างไว้ได้ค่ะ”

มีข่าวว่าตอนรู้จักกับฟิล์มแอนนี่ท้องอยู่ก่อนแล้ว 3 เดือน”
”ไม่มีทาง ละครถ่ายก่อนงานบวงสรวงเปิดกล้องมานานแล้ว ถ่ายเดือน ก.ค. แล้วมาบวงสรวง ก.ย. นั่นไม่ใช่จุดเริ่มต้นแต่รู้จักมาก่อนแล้ว”

แอนนี่เรียนจบพยาบาลก็ทราบเรื่องคุมกำเนิดดีแต่ทำไมถึงไม่ป้องกัน?
”ตอนนั้นคือความรู้สึกรักผู้ชายสักคน เราไว้ใจเขามั้ย ตอนนั้นหนูก็รักเขามากในตอนนั้น”

แอนนี่จะไม่ตรวจดีเอ็นเอ?
”ไม่ตรวจค่ะ ความรักของแอนนี่เหมือนกับความรักของแม่ ตอนที่แอนนี่คลอดออกมา พ่อก็มองหน้าแล้วบอกว่าไม่ใช่ลูก แล้วก็หายไปเลยทั้งที่แอนนี่ก็หน้าเหมือนฝรั่ง ทันทีที่บอกแม่แม่ก็บอกว่าตายล่ะหว่าหรือว่าประวัติศาสตร์มันจะซ้ำรอย ซึ่งมันก็เหมือนกันมากอย่างน่าประหลาดใจ ตอนเด็กเคยถามว่าพ่อไปไหน แม่บอกพ่อเครื่องบินตกตายแล้ว พอโตมาถึงรู้เรื่องราวจริงๆ แล้วพอเริ่มโต พ่อกลับมาหา ก็อย่างที่บอกคือไม่ต้องไปสนใจอะไรใคร ไม่ต้องไปสนฟิล์ม แล้วเวลาจะบอกทุกอย่างเอง”

มีกระแสว่าทางรายการจ้างแอนนี่มาออกรายการด้วยเงินแสน?
”แอนนี่ไม่เคยคุยเรื่องเงินที่จะมาออกตีสิบเลย ตั้งแต่เกิดเรื่องไม่มีใครหยิบยื่นเงินให้สักบาท เรามาออกด้วยใจ และไม่เคยมีสัญญาว่าห้ามพูดอะไร”

สุดท้ายของการสัมภาษณ์ แอนนี่ก็ได้ประกาศว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ตนจะขอพูดเรื่องฟิล์ม และต่อไปพูดถึงเรื่องของแม่กับลูกมากกว่า ทั้งนี้รายการได้นำสมุดไดอารี่ที่แอนนี่ทำไว้ ซึ่งในนั้นมีรูปตอนอัลตราซาวนด์ แอนนี่ท้องแก่ ภาพขณะอยู่ในห้องคลอด ลูกดูดนมครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าดีใจและรู้สึกรักลูกมาก ซึ่งต่อไปนี้แอนนี่จะทำเพื่อลูก หลังจากนั้นดาราสาวก็ได้เดินทางกลับโดยมีแฟนๆ มาให้กำลังใจกันอย่างเนืองแน่น รวมทั้งขอจับไม้จับมือและกล่าวให้กำลังใจจนดาราสาวรู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่าง มาก
ที่มา:siamdara.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 พระเอกโรตียกนิ้ว "พิงค์กี้" บอลลีวู้ดแจ่มใส
 ก้อง ยันไม่มีอะไร น้ำชา ทวีต "ไม่เห็นค่า"
 อี๊ด ศุภกร ดาวรุ่งเสียงดี เจ้าของผลงานเพลง บ่จำสัญญา
 ข่าวลือ iPhone 5 พร้อมเปิดตัวกันยายนนี้
 10 เว็บไซต์ยอดนิยมในหมวด Software Download
 นับวันยิ่งหวานแอฟเฝ้าสงกรานต์ซ้อมละครเวที
 "เข็ม"ลา"ตี 10"อ้างอิ่มตัวปัดน้อยใจ"วิทวัส"
 กบ-สุวนันท์ คลอดแล้วได้ลูกสาว
 เรื่องย่อละครวนาลี ช่อง3
 ภาพมันฟ้องน้องใหม่กระแซะวี
 หัวลำโพงคึกปชช.เริ่มเดินทางตั๋วถูกจองเต็ม
 ขายทอดตลาดของกลางคดียาเสพติด
 รัฐ-เอกชนระดมช่วยเต็มที่อุทกภัยภาคใต้
 สงครามนางงาม! ปุ๊กลุกเปิดศึกฟ้า
 มิ้นท์ ห่าง แชมป์ รีเทิร์น ควง หมาก ดูคอนเสิร์ต
Copyright © 2010 ดาราออนไลน์ | โหลดเกมส์ฟรี | โหลดโปรแกรมฟรี | Skype Download