ขอโทษแอนนี่”ฟิล์ม”สะอื้นไห้รับผิดขอโอกาส

Advertisement


”ฟิล์ม-รัฐภูมิ” เปิดใจอีกรอบ หลังสังคมพิพากษาในแง่ลบ ร่ำไห้ขอโอกาสต่อลมหายใจในวงการมายา เผยเป็นวิบากกรรมหนักสุดในชีวิต แต่ไม่คิดฆ่าตัวตาย ตอนนี้อยากบวช เปรยผู้ใหญ่ขอความมั่นใจยันต้องตรวจ ”ดีเอ็นเอ” พิสูจน์ทายาท หากใช่หรือไม่ใช่ก็จะไม่ทอดทิ้ง ”แอนนี่” และลูก และพร้อมจะทำให้ดีที่สุด

หลังจากที่ตกเป็นข่าวใหญ่โตในรอปสัปดาห์ที่ผ่านมาจากกรณีที่ดาราสาว ลูกครึ่ง น.ส.รุ่งนภา แก้วไทรหาญ  หรือ แอนนี่ บรู๊ค ดาราสาววัย 27 ออกมาเผยว่าได้มีลูกชาย วัย 3 เดือน ที่เกิดกับนักร้องนักแสดงรูปหล่อ ”ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ วัย 25 ปี   จากนั้นนักร้องหนุ่มก็ได้แถลงข่าวเปิดใจว่าเคยคบหากับ แอนนี่ บรู๊ค จริง แต่ไม่ถึงขั้นแฟน ส่วนเด็กที่เกิดมานั้นขอตรวจพิสูจน์ DNA-ดีเอ็นเอ ก่อนรับว่าใช่ทายาทตามสายเลือดจริงหรือไม่ แต่ฝ่ายหญิงก็ตอกกลับว่า ไม่ขอตรวจดีเอ็นเอแล้ว เพราะสามารถเลี้ยงลูกเองได้ ไม่อยากให้ฝ่ายชายมายอมรับเพียงเพราะสังคมบีบบังคับ  จากนั้นทั้งคู่ก็ต่างเก็บตัวเงียบ  มีเพียง สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ บิ๊กบอสค่าย RS ต้นสังกัด ”ฟิล์ม รัฐภูมิ”  ออกมาแถลงข่าวเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และพักงานทุกชิ้นของ ”ฟิล์ม-รัฐภูมิ” ออกไปก่อนจนกว่าจะได้ข้อยุติ

จนเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นทางสังคมที่ประชาชนต่างให้ความสนใจ ซึ่งมีทั้งต่อว่าและให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย  กับข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ นางโคมมนต์ ทองมั่ง มารดาของนักร้องหนุ่มถึงกับเป็นลมช็อกหมดสติ ต้องถูกนำตัวส่ง รพ.บีเอ็นเอส เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา  หลังติดตามข่าวเรื่องของบุตรชายทางไทยทีวีสีช่อง 3 ที่นำบทสัมภาษณ์ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ที่ต่อว่าฟิล์มอย่างรุนแรงมาออกอากาศ

ล่าสุดเมื่อเวลา 14 .00 น. วันที่ 23 ก.ย. 53   ดาราหนุ่ม ”ฟิล์ม” รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ วัย 25 ปี  ได้เปิดแถลงข่าวถึงเรื่องดังกล่าวเป็นครั้งที่สอง  ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวกว่าร้อยชีวิต โดยฟิล์มเดินทางมาเพียงคนเดียวเช่นเคย  มีสีหน้าที่อิดโรยเป็นอย่างมาก พร้อมทักทายสื่อและแฟนคลับขอบคุณที่ให้โอกาสได้มาพูด ก่อนที่จะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้ง

ฟิล์ม : ”สวัสดีพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่าน ขอบคุณมากสำหรับโอกาสที่ให้โอกาสผมออกมาพูดครั้งนี้ ตอนนี้ที่ฟิล์มขอพูดหลักๆ  ผมพูดตรงๆ ผมไม่ได้อยากออกมพูดเลยนะครับ แต่ว่าผมทนรับแรงกดดันจากสังคมไม่ไหว  คือตลอดกหนึ่งสัปดาห์ที่ผมได้มีเวลาคิด เวลาทบทวนกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าผมโดนคนเดียวผมยอมรับได้ และจะไม่เสียใจเลย แต่ตอนนี้คนรอบข้าง คนที่ผมรักทุกๆ คนโดนหมด คุณแม่ผมต้องเข้าโรงพยาบาล  ท่านไม่ได้เสียใจว่ามีข่าวว่าผมไปทำใครท้อง แต่ว่าท่านก็สงสารที่ผมต้องถูกตัดงานถูกอะไรต่างๆ นานา และนอกจากครอบครัวผมยังทำให้เฮียและซ้อที่เหมือนพ่อแม่คนที่ 2 ของผมต้องผิดหวัง และยังทำให้ฟิล์มแฟมิลี่ต้องเสียใจ ร้องไห้  อย่างแรกผมกราบขอโทษทุกท่านที่ทำให้เสียใจแฟนๆ ของฟิล์มที่ต้องเสียน้ำตา รวมถึงความฝันของผมด้วยที่ฝันมาตลอดว่าอยากเป็นดาราเป็นนักแสดง ผมกลับทำความฝันผมพังลงไปเพราะความประมาทที่ผมได้ก่อขึ้นมา ผมขอโทษแทนแอนนี่ด้วย ที่ทำให้เค้าต้องเสียใจ ผมเห็นใจเค้ามาก ผมคิดว่าเค้าน่าสงสารกว่าผมเยอะ ผมยอมรับกับสิ่งที่ผมทำผิดพลาดไปทั้งหมด และยินดีที่จะแก้ไขให้ดีขึ้น ผมยอมแล้วจริงๆ ครับ ผมยอมทุกๆ อย่าง จะทำอะไรก็ได้ ขอแค่ให้ดีขึ้น จะให้ผมไปพูดจากับเค้าหรือว่าให้ไปตรวจผมยอมทุกๆ อย่าง

ผมขอบคุณทุกคนจริงๆ นะครับ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูดนอกจากขอโอกาสพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่าน ขอโทษแฟนๆ ฟิล์มทุกคนที่มีให้ผม เฮียกับซ้อ บริษัท พี่ๆ ทีมงานทุกคน ทางพี่พจน์ ทางทุกๆ คนที่ออกมารับรู้ในเรื่องของผม จากวันนี้สิ่งที่ผมต้องทำผมยอมรับในสิ่งที่ผมทำไป ในสิ่งที่เกิดขึ้น ในเรื่องของงานผมก็ขอโอกาสกับทุกคน และกลับไปขอโอกาสกับเฮียได้ทำในงานที่ผมรักต่อไป เพราะผมเป็นเสาหลักของครอบครัว ผมต้องดูแลครอบครัว และต่อไปจะไม่ทำอะไรให้ผิดหวังอีกครับ”

ผู้สื่อข่าว : จะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้?

ฟิล์ม : ”เรื่องเหล่านี้เกิดจากทั้งสองคนที่ทำขึ้นมา จะมาถามฝั่งผมคือผมก็ยอมทุกอย่างครับ ก็แล้วแต่ครับ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับทางอีกฝั่ง ตอนนี้กลายเป็นว่ามีคนอื่นเข้ามารับรู้ ถ้าจะคุยในครั้งนี้อยากให้เป็นครั้งสุดท้าย ให้มันจบลงด้วยดี เพราะผมเป็นห่วงเด็กครับ”

ผู้สื่อข่าว :ได้มีการติดต่อพูดคุยยังฝ่ายหญิงบ้างรึยัง?

ฟิล์ม : ”ยังครับ ยังเลย ตอนนี้ผมอยากให้ดีที่สุดอยู่แล้ว คือเด็กไม่ได้รับรู้อะไรด้วย อยู่ดีๆ ต้องมารับรู้ปัญหาต่างๆ  ในสิ่งที่เราทำผิดพลาด ก็จะพยายามทำเรื่องทุกอย่างให้ดีที่สุด คือผมเห็นเด็กแล้วรักมากนะครับ ผมก็ให้การช่วยเหลือตลอด และก็จะช่วยเหลือตลอดไป  สิ่งเหล่านี้ทางคุณพ่อ-คุณแม่ของผมรับรู้หมดแล้ว เค้าก็อยากอุ้มหลาน แต่เค้าก็อยากให้ตรวจ ทางผู้ใหญ่เค้าอยากได้ความมั่นใจนะครับ”

ผู้สื่อข่าว : แล้วถ้าแอนนี่ยังไม่ยอมตรวจจะทำอย่างไร?

ฟิล์ม : ”ผมไปบังคับใครไม่ได้ ผมก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุดนะครับ”

ผู้สื่อข่าว :ฟังดูแล้วทั้งสองฝ่ายพูดไม่ตรงกันเลย?

ฟิล์ม : ”สิ่งเหล่านี้ต่างคนต่างพูด มันก็จะไม่ตรงประเด็น แต่สิ่งที่ผมพูดไปตั้งแต่วันแรกตั้งแต่รู้ว่าเค้าท้องว่าใช่เหรอ ใช่ลูกผมหรือเปล่า อยากให้ตรวจ เค้าก็ร้องไห้ ผมก็ปลอบให้ใจเย็นนะ ที่พูดไม่ได้เพื่อจะทำร้ายความรู้สึก แต่ผมแค่อยากมั่นใจ ผมก็บอกให้ใจเย็น ตอนนี้เลี้ยงให้ดีที่สุดก่อน ก็บอกว่าอย่าคิดมา อย่าทำร้ายเด็ก ให้ดูแลตัวเองก่อน พอผมถามว่าอยากจะตรวจ เค้าก็บอกว่าไม่เชื่อใจเหรอ ผมก็ไม่อยากถามแล้ว เพราะกลัวจะไปทำร้ายความรู้สึกเค้า ถ้าตรวจแล้วไปในทางที่ดีผมก็พร้อมนะครับ  พูดตรงๆ คือชื่อเสียงที่ผมสร้างมาทั้งหมดมันยังไม่เท่ากับการที่ทำให้ผู้หญิงคนนึง เค้าเสียหายเลย คือผมเห็นใจเค้ามากจริงๆ”

ผู้สื่อข่าว :หลังจากนี้จะจัดการเองเคลียร์เองหรืออย่างไร?

ฟิล์ม :”หลังจากวันนี้ผมคาดเดาไม่ได้จริงๆ ผมโทร.ไปจะได้คุยรึปล่ายังไม่รู้ อะไรที่เกิดขึ้นก็ยังไม่รู้เลย ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดกับทุกฝ่าย ก็ไม่ได้คุยกันนานแล้ว ทุกอย่างก็จะเป็นคุณแม่และผู้จัดการส่วนตัวที่ดูแลให้”

ผู้สื่อข่าว : กระแสสังคมที่ถาโถมเข้ามามันหนักขนาดไหน?

ฟิล์ม :”แย่มากครับ ผมร้องไห้จนไม่มีน้ำตาแล้วครับ คือผมไม่ได้ทำแค่ตัวเอง ผมทำให้แฟนๆ ทั้งเฮียทั้งซ้อ คือเค้าคาดหวังกับผม และตัวผมเองก็คาดหวังกับผลงานของตัวเองเหมือนกัน  ผมไม่ไช่คนเก่งอะไร แต่ผมก็พยายามเป็นแบบอย่างให้กับน้องๆ ผมพยายามช่วยเหลือสังคม แต่วันนี้มันแรงมากๆ ที่ผมจะรับไหว แต่วันนี้สังคมกลับไปบีบพ่อแม่ผม ไปบีบคนรอบข้างผม  ให้เค้าเจ็บช้ำน้ำใจกับสิ่งที่ผมทำเพียงคนเดียว แม่เค้าแคร์ผม เค้าอยู่กับผมตลอดเวลา

คือแม่ก็พยายามปลอบใจผม คืนนั้นค้าก็นอนกอดผม พอตื่นเช้ามาดูข่าวแม่ปลุกผมลืมตามาดู ข่าวก็จบไปแล้ว แต่แม่ก็ร้องไห้ออกมา แม่เค้าสงสารผมที่ผมไม่มีงานทำ ผมก็ได้แต่ว่าผมก็ได้แต่ปลอบใจแม่ อย่าไปคิดมากนะแม่ ผมก็แย่มาก ไม่งั้นผมไม่ออกมาพูดหรอกครับ”

ผู้สื่อข่าว :อาการคุณแม่เป็นอย่างไร?

”ตอนนี้หมอยังไม่บอกอะไรครับ คุณแม่ก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาล แต่มีการตรวจเลือดตรวจปัสสาวะไปแล้วครับ ก็รอผลอยู่”

ผู้สื่อข่าว :โกรธคนที่ทำให้คุณแม่เข้าโรงพยาบาลมั้ย?

ฟิล์ม : ”ผมไม่โกรธใครครับ ผมก็ได้แต่โกรธตัวเอง มันก็ได้รับกรรมในสิ่งที่ทำแล้วครับ คือแรกคิดมาตลอดคือผมไม่อยากทำร้ายใคร อยากให้มันดีที่สุด พูดครั้งแรกไปแล้วก็คิดว่ามันจะจบ แต่มันก็ไม่จบ”

ผู้สื่อข่าว : อยากจะบอกอะไรสังคมบ้าง?

ฟิล์ม :”ผมได้แต่ขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้ผม ก็ได้แต่ปฏิญาณที่จะทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แค่ขอโอกาสผมอีกครั้ง จริงๆ ผมไม่มีสิทธิ์จะขออะไรเลยด้วยซ้ำ แค่นี้ก็ดีแล้วครับ”

ผู้สื่อข่าว : มีข่าวว่าเสี่ยอู๊ดยกบ้านที่ซื้อให้ ยกให้เด็กที่เกิดมา?

ฟิล์ม :”เรื่องนี้ผมไม่รู้เลยว่าเกิดขึ้นได้ยังไง ความจริงมันก็จะปกป้อง  ก็ดูๆ กันไป ผมไม่อยากที่จะตอบเพราะมันนอกเหนือจากประเด็นนี้”

ผู้สื่อข่าว :ช่วงที่หายไปทำอะไรบ้าง?

ฟิล์ม :”ช่วงที่หายไปก็อยู่กับครอบครัวตลอด ได้ไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ได้อยู่กับครบครัวจริงๆ จังๆ คือก็อยู่กันแบบความเศร้า  เพราะว่าแป๊บนึงก็มีสายตรงมาทางยาย ก็โทร.มาว่ามีพี่ๆ สื่อไปหาบ้าง คุณแม่ผมก็ปลอบใจ แต่ความรู้สึกผมก็เหมือนตายทั้งเป็นครับ”

ผู้สื่อข่าว :เคยคิดฆ่าตัวตายมั้ย?

ฟิล์ม :”ไม่เคยคิดครับ”

ผู้สื่อข่าว : เจอเฮียหรือได้พูดคุยบ้างหรือยัง?

ฟิล์ม :”ยังไม่เจอครับ ก็ได้แต่ขอคำปรึกษา”

ผู้สื่อข่าว :ถ้าตรวจแล้วเป็นลูกจริงๆ จะทำอย่างไร?

ฟิล์ม :”ถ้าเป็นเรื่องจริง ณ เวลานี้ผมจะดีใจด้วย เพราะผมจะได้ทำหน้าที่พ่อที่ดีและทำหน้าที่ให้สังคม ให้เค้าเห็นว่าผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมรู้ตั้งแต่วันแรกผมก็ไม่เคยทอดทิ้ง ผมก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

ผู้สื่อข่าว : เคยคิดบ้างไหมว่าจะรับเป็นพ่อโดยที่ไม่ต้องตรวจก็ได้?

ฟิล์ม : ”คือความคิดของผมผมไม่รู้จะเป็นยังไงในอนาคต ถึงเค้าไม่ตรวจผมก็จะให้ความช่วยเหลือแบบนี้ตลอดไป”

ผู้สื่อข่าว : ถึงวันนี้แล้วอยากเรียกร้องให้แอนนี่ออกมาตรวจไหม?

ฟิล์ม : ”เรื่องพวกนี้ผมคิดว่าไม่ใช่ผมคนเดียว ก็ต้องเห็นใจเค้าด้วย ก็ต้องแล้วแต่นะครับขอโทษเค้าที่ทำให้เค้าเสียใจ และสงสารจริงๆ และเข้าใจความรู้สึกเค้ามากๆ ในการขอตรวจดีเอ็นเอมั้ย จะมาทางผมฝ่ายเดียวไม่ได้ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดจากผมคนเดียวแล้วเป็นเรื่องของคนทั้งสองคนมาคุยกัน มากกว่า”

ผู้สื่อข่าว :อยากบวชบ้างไหม?

ฟิล์ม :”อยากบวชมากๆ ครับ อยากๆ อยากมาก คือเเพลนบวชของผมวางไว้ตั้งแต่เดือนหกที่ผ่านมา และมันก็เลื่อนมาตลอด ตอนนี้ถ้าเกิดว่ามีโอกาสผมก็อยากบวชครับ”

ผู้สื่อข่าว : คิดว่าถ้าคุยกันเองสองคนจะจบไหม?

ฟิล์ม :”คุยกันสองคนอีก ผมว่ามันก็ไม่จบ ต้องมีใครสักคนอาจจะมีพ่อ-แม่เค้าหรือพ่อ-แม่ผมคุยด้วย จะได้จบสักที   ผมอยากให้จบเร็วที่สุดครับ ครอบครัวผมก็อยากจะให้จบเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่มีโอกาสนะครับ ก็ต้องรอดูครับ”

ผู้สื่อข่าว :ข้อมูลไม่ตรงกัน คือเหมือนมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่พูดโกหก?

ฟิล์ม :”มันน่าจะเป็นการที่เข้าใจกันผิดมากกว่า คือไม่มีใครโกหกหรอกครับ ในส่วนตัวผมก็จะทำให้ดีที่สุดครับ”

ถึงแม้จะเป็นการเปิดใจครั้งที่สองของนักร้องหนุ่ม ”ฟิล์ม-รัฐภูมิ”  ที่หลายคนตั้งตารอว่าจะออกมาพูดอย่างไร หรือจะยอมรับเด็กตาดำๆ ที่เพิ่งเกิดมาเป็นลูกโดยที่ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอหรือไม่  แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้ฟังจากปากของนักร้องหนุ่มก็ยังคาราคาซังเหมือนเดิม  มีเพียงเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาคือขอโอกาสต่อลมหายใจในวงการบันเทิง   ซึ่งเรื่องนี้คงไม่จบลงได้แน่ หากยังไม่มีการตรวจพิสูจน์ทายาท…
ที่มา:siamdara.com

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 พระเอกโรตียกนิ้ว "พิงค์กี้" บอลลีวู้ดแจ่มใส
 ก้อง ยันไม่มีอะไร น้ำชา ทวีต "ไม่เห็นค่า"
 อี๊ด ศุภกร ดาวรุ่งเสียงดี เจ้าของผลงานเพลง บ่จำสัญญา
 ข่าวลือ iPhone 5 พร้อมเปิดตัวกันยายนนี้
 10 เว็บไซต์ยอดนิยมในหมวด Software Download
 นับวันยิ่งหวานแอฟเฝ้าสงกรานต์ซ้อมละครเวที
 "เข็ม"ลา"ตี 10"อ้างอิ่มตัวปัดน้อยใจ"วิทวัส"
 กบ-สุวนันท์ คลอดแล้วได้ลูกสาว
 เรื่องย่อละครวนาลี ช่อง3
 ภาพมันฟ้องน้องใหม่กระแซะวี
 หัวลำโพงคึกปชช.เริ่มเดินทางตั๋วถูกจองเต็ม
 ขายทอดตลาดของกลางคดียาเสพติด
 รัฐ-เอกชนระดมช่วยเต็มที่อุทกภัยภาคใต้
 สงครามนางงาม! ปุ๊กลุกเปิดศึกฟ้า
 มิ้นท์ ห่าง แชมป์ รีเทิร์น ควง หมาก ดูคอนเสิร์ต
Copyright © 2010 ดาราออนไลน์ | โหลดเกมส์ฟรี | โหลดโปรแกรมฟรี | Skype Download